Category: พัฒนาตัวเอง

6 วิธีดึงดูด ให้ผู้หญิงมา “หลงรักเรา” (เพิ่มโอกาส 99.99%)

มนุษย์เป็นสัตว์สังคมและต้องการเป็นที่ยอมรับ เราทุกคนมักเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการทําให้ตัวเองดูดีและแคร์ในสายตาคนอื่น เขาจะคิดยังไงกับเราน่ะ ทํายังไงให้ตัวเองดูดี แต่จุดประสงค์หลักๆ หากผู้คนมองในเชิงจิตวิทยาก็คือ การเป็นที่ยอมรับ ซึ่งการเป็นที่ยอมรับมีหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ เป็นที่ยอมรับของที่ทํางานหรือเป็นที่รักของทุกคน องค์ประกอบและปัจจัยในแต่ละความสัมพันธ์จะแตกต่างกันออกไป แต่ล้วนแล้วก็ต้องสร้างสิ่งทางกายภาพให้เป็นที่ยอมรับ บทความนี้จะขอเล่าวิธีทํายังไงให้ใครๆก็เข้ามารักเราซึ่งเป็นหนึ่งในประเภทการเป็นที่ยอมรับเช่นกัน 1. แต่งตัวให้เหมาะสม คุณแต่งตัวเหมาะสมหรือไม่ มาเริ่มกันที่ด้านกายภาพกันก่อนดีกว่า สิ่งเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของคุณ ที่สามารถแก้ไขได้และเปลี่ยนแปลงได้ คุณไม่จําเป็นต้องเป็นผู้ชายที่หล่อที่สุดในโลก แต่ก็ต้องแสดงให้เห็นว่าคุณมีความภูมิใจในรูปลักษณ์และลักษณะการแต่งตัวที่ดี เพื่อสร้างความประทับใจให้กับเพศตรงข้าม เพราะว่าสิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่มักจะมองก็คือการแต่งตัวและความเหมาะสมต่อสถานที่ เช่น คุณกําลังจะมีเดต คุณอาจจะหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสามส่วนร องเท้าผ้าใบชิคๆสักคู่ คุณต้องแน่ใจว่าสถานที่คุณจะไปนั้นต้องเหมาะสมด้วย ดังนั้นการแต่งตัว ก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงการดูแลเอาใจใส่ของตัวเองนะครับ 2. กลิ่นกายที่น่าดึงดูด อีกหนึ่งนามธรรมที่จับต้องไม่ได้ แต่รับรู้ได้ ก็คือกลิ่นตัวนั่นเอง แน่นอนว่าคุณคงไม่อยากเจอคู่เดตที่มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวหรอกนะครับหลายคนมักจะพลาดในข้อนี้กันเยอะ หากคุณมีกลิ่นตัวที่แรงมากๆ ลองหาวิธีกําจัดกลิ่นตัวหรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่องกลิ่น เพื่อเสริมบุคลิกและความน่าดึงดูดของคุณ หากเป็นผู้ชายแนะนําให้ใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นแนวสปอร์ตๆหรือกลิ่นหอมสดชื่น จะช่วยให้คุณดูเป็นคนน่าค้นหาแต่อยากอยู่ใกล้ด้วยนะส่...

10 เรื่องที่ต้องรู้ในชีวิต (ก่อนจะสายเกินไป)

10 บทเรียนชีวิตที่คุณควรรู้ ก่อนจะสายเกินไป 1. เวลาไม่เคยคอยใคร คนที่ชอบผลัดวันประกันพรุ่งมักคิดว่า เรามีเวลามากมายจะทําอะไรตอนไหนก็ได้ไม่สําคัญ แต่จริงๆแล้วเวลาคือสิ่งที่สําคัญมากๆ อย่าคอยแต่ผลัดวันประกันพรุ่ง ว่าพรุ่งนี้ค่อยทําก็ได้ วันหน้าแล้วกันน่ะ หากคุณทําแบบนี้บ่อยๆจะกลายเป็นนิสัยของคนที่ขี้เกียจไปเลยนะครับ บ่อยครั้งที่เราเจอปัญหาหรือทําอะไรที่สายเกินไป เรามักจะเสียดายเวลาและเห็นคุณค่าของเวลาทีหลัง เช่น คุณอาจจะไม่ค่อยชอบแสดงความรักกับพ่อแม่ แต่เมื่อเวลาที่ท่านจากไปคุณอาจจะต้องกลับมาเสียใจทีหลัง หรือ คุณมีโปรเจคที่จะทําแบรนด์เสื้อผ้า แต่คุณไม่เคยลงมือทํามันสักที รอแต่โอกาสหรือผลัดวันไป คุณจะต้องนั่งเสียใจที่ไม่ได้เริ่มมันสักที มนุษย์เรามีอายุไขที่จํากัดอย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยที่ไม่ได้ทําอะไรเลย เพราะท้ายที่สุดแล้วใครกันล่ะที่ต้องเป็นทุกข์ 2. มีความมุ่งมั่น บ่อยครั้งที่เรามีเป้าหมาย มีความฝัน พอทําไปคุณอาจจะเริ่มเบื่อและท้อบ้าง แน่นอนล่ะว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะประสบความสําเร็จหากคุณมีเป้าหมายแล้ว คุณต้องมีความมุ่งมั่นต่อสิ่งนั้นๆให้มากพอ พยายามให้มากที่สุด เช่น คุณอยากจะเป็นแชมป์นักกีฬาเพาะกายระดับประเทศ คุณจําเป็นต้องเข้ายิมทุกวัน เพื่อฝึกซ้อมร่างกาย คุมอาหารรักษาระดับแคลอรี่ ซึ่งมันต้องใช้เวลาและการฝึกซ้อมที่ถูกต้อง เพื่อให้ไปถึงสู่เป้าหมายเราไม่ควรทําอะไรครึ่งๆกลางๆ หากรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร...

ทำไม “คนเงียบๆ” ถึงประสบความสำเร็จมากกว่า “คนขี้โม้”

ทําไมคนที่ไม่ขี้โม้ถึงประสบความสําเร็จมากกว่าคนที่ขี้อว ดชีวิตคนเราเป็นอะไรที่ช่างแสนวุ่นวายเต็มไปด้วยความเครียด ความท้าทายไม่ว่าจะเป็นทางกายภาพหรือทางจิตใจ คนที่ประสบความสําเร็จส่วนใหญ่มักจะมีพฤติกรรมที่เงียบ มากกว่าการโอ้อวด ดังนั้นเรามาดูกันว่าทําไมคนที่เงียบๆถึงประสบความสําเร็จมากกว่าคนที่ขี้โม้ 1. พวกเขาคิดก่อนพูด ความเงียบ คือช่วงเวลาของการใช้ความคิด สมมุติว่าเพื่อนร่วมงานของคุณขอความช่วยเหลือจากคุณ พวกเขาต้องการให้คุณขับรถไปทั่วเมืองและส่งเอกสารบางอย่างที่พวกเขาลืมส่ง เมื่อคุณเจอคําขอร้องนี้คุณอาจจะตอบรับไปโดยไม่ได้คิด กลายเป็นว่าคุณต้องทํางานให้คนอื่นและถูกกดดัน เพราะคุณตอบโดยไม่ได้คิด การนิ่งเงียบๆสัก 2-3 นาที เพื่อใช้เวลาทบทวน สามารถช่วยให้คุณจากสถานการณ์ที่ตึงเครียดเหล่านี้ได้ คุณอาจจะเช็คตารางงานเพื่อให้แน่ใจว่า หากตอบรับไปจะมีผลกระทบต่องานที่คุณมีอยู่แล้วหรือเปล่า การคิดก่อนพูดหรืออยู่เงียบๆสักพัก จะช่วยเรียงลําดับความสําคัญของงาน ถือว่าเป็นอีกเหตุผลหนึ่งของคนที่ประสบความสําเร็จ การคิดทบทวนจะช่วยให้เพิ่มการไตร่ตรองที่ดียิ่งขึ้นหรือเพิ่มตัวเลือกในการตัดสินใจ หาข้อสรุปที่ดีที่สุดสําหรับตัวเอง แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่สามารถคิดวิเคราะห์ปัญหาได้เงียบๆ คุณอาจจะรู้สึกฝืนแทบคิดไม่ออก แต่เรื่องพวกนี้สามารถฝึกกันได้หัดคิดก่อนพูดช้าๆมากกว่าการตอบไปแบบพรวดพราดโดยที่เราไม่ได้ทันคิด 2. ความน่าเชื่อถือ คุณเชื่อไหมว่าคนที่เงียบๆ ทําไมเขาถึงน่าเชื่อถือมากกว่าคนที่พูดมาก เพราะว่าเขาใช้เวลาในการคิดทบทวนข้อมูล เช็คความถูกต้องในทุกๆอย่างก่อนที่จะพูด ข้อสรุปใดๆหรือสิ่งที่ต้องใช้การตัดสินใจ ใช้ความคิดไตร่ตรองให้ได้มากที่สุด เมื่อตัดสินใจชัดเจนเด็ดขาดแล้ว จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของคนรอบข้าง พวกเขาจะเริ่มเคารพการตัดสินใจของคุณและเห็นคุณค่าในการเลือกด้วยเหตุผลนี้...

7 วิธี “เลิกเป็นคนขี้เกียจ” (ได้ผลทันที!)

7 วิธี ที่จะเลิกเป็นคนขี้เกียจ ซึ่งบางคน อาจจะกําลังเป็นคนขี้เกียจอยู่และกําลังหาวิธีคิดว่า เราจะเลิกเป็นคนขี้เกียจยังไงดี เรามีความพยายามที่อยากจะเป็นคน Active นะ แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆลองนํา 7 ข้อนี้ไปใช้ดูครับ 1. เปลี่ยนความคิด คุณเป็นคนขี้เกียจโดยธรรมชาติหรือเปล่า ความเกียจคร้านที่แท้จริง มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยเท่าที่คนทั่วไปคิดนะครับ มีเพียงไม่กี่คนที่ขี้เกียจ อย่างที่พวกเขาพูดเช่น คุณกําลังคิดว่าจะออกกําลังกายในทุกเช้า พอเช้าวันต่อมา คุณก็พยายามหาเหตุผลบางอย่างที่จะไม่ออกกําลังกาย นั่นแสดงว่าคุณเป็นคนที่ขี้เกียจโดยธรรมชาติ แต่จริงๆแล้วมีสาเหตุหลายอย่างที่ทําให้คนมีปัญหาในการบรรลุเป้าหมายหรือ สร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพ คุณอาจมีปัญหาในการควบคุมตนเอง ควบคุมความกลัวในตนเอง คุณพยายามอยู่ใน Comfort Zone ของคุณ เมื่อคุณคิดว่าตัวเองขี้เกียจจริงๆ ลองปรับเปลี่ยนมุมมองของตัวเองดูสิครับ คุณไม่เพียงแค่เพิกเฉยต่อปัญหานั้นๆ แต่คุณยังหลีกเลี่ยงการพัฒนาศักยภาพของตัวเองอีกด้วย คุณต้องเชื่อในความสามารถของตัวเองนะครับว่าคุณสามารถพัฒนาตัวเองและชีวิตของคุณได้ 2. เข้าใจถึงสาเหตุว่าทำไมถึงขี้เกียจ บางครั้งเราก็อาจจะคิดว่าเรานั้นเป็นคนขี้เกียจ ซึ่งแท้จริงแล้ว อาจจะไม่ใช่ก็ได้...

7 วิธีดูเพื่อน คนไหนควร “เลิกคบ” เพราะทำเรา “เสียเวลาในชีวิต” โดยเปล่าประโยชน์

7 สัญญาณอันตรายที่จะเตือนคุณว่า คุณกําลังคบคนผิด ซึ่งในชีวิตประจําวัน เราเจอคนมากมายหลากหลายแต่เรามาดูกันว่าคนไหน ที่คุณควรตัดออกจากชีวิตไปเลยเพราะคุณกําลังคบคนผิดๆอยู่นะ 1. ดีใจเมื่อเห็นคุณมีความทุกข์ บุคคลอันตรายที่คุณไม่ควรคบ สังเกตจากสัญญาณแรกคือพวกเขาดีใจที่เห็นคุณเป็นทุกข์ เจ็บปวด มีความสุขที่เห็นคุณในทางที่แย่ลงซึ่งนี่เป็นอีกสัญญาณที่บอกว่าคุณกําลังคบคนที่ผิด แสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวและไม่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น คนที่ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ ไม่พยายามเข้าใจผู้อื่นจนไปถึงขั้นอันตรายสูงสุด คือ ทําร้ายร่างกาย อาจวินิจฉัยได้ว่าเขาอาจจะมีความผิดปกติทางจิตที่มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นก็ได้น่ะ 2. โทษแต่คนอื่นไม่โทษตัวเองเลย หากคุณเจอเพื่อนที่หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบหรือพวกเขาโยนความผิดให้กับสิ่งที่ผิดพลาด พฤติกรรมที่หลีกเลี่ยงและขาดความรับผิดชอบนี้ เป็นสัญญาณทั่วไปของบุคคลที่เห็นแก่ตัว ลองนึกถึงครั้งสุดท้ายที่คุณทําพลาด บางทีคุณอาจจะทํางานพลาดโดยประมาท คุณรู้สึกสํานึกผิด เขินอาย ขอโทษที่ทําพังและรับผิดชอบความผิดพลาดนั้นแล้ว แต่คนที่ไม่น่าคบกับทําตรงกันข้ามเมื่อพวกเขาทําอะไรผิดเขาจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบนั้นๆในใจอาจจะทําอะไรไม่ถูกทั้งๆที่ตัวเองฝ่ายผิด และ โยนความผิดให้คนอื่นได้อย่างง่ายดายเพื่อให้ไม่รู้สึกผิด ไม่รู้สึกเขินอายหรือขอโทษ ไม่สํานึกผิดหรือไม่ขอโทษผู้ที่ได้รับผลกระทบในความผิดพลาดของพวกเขา แต่กลับแสดงบทเล่นเป็นเหยื่อแทน พวกเขาจะทําเหมือนคนอื่นทํากับพวกเขาและหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง 3. ชอบรังแกสัตว์ หมา แมว นก เป็นสิ่งที่น่ารักมีทั้งคนชอบแล้วก็คนไม่ชอบ...

7 เทคนิค ช่วยพัฒนาความจำให้ดีขึ้น 100% (เห็นผลทันที!)

7 เทคนิคที่จะช่วยให้คุณได้จําไวขึ้น บางคน การจะจําสิ่งต่างๆ สักสิ่งหนึ่ง นับว่าเป็นเรื่องยากมากเลยครับ แต่บางคน อ่านรอบเดียวก็จําได้เลย เรามาดูเทคนิคช่วยจํากันซึ่งสามารถนําไปใช้ในชีวิตประจําวันได้หรือบางคนที่กําลังมีเตรียมตัวสอบอยู่ก็ลองนําไปปรับใช้กันดูนะครับ 1. อ่านออกเสียง สมองของเรา แบ่งหน่วยความจําออกเป็นสองประเภทคือ การบังคับให้จํา และ การจําเพราะความเคยชิน กล่าวคือ การบังคับให้จํา ก็คือเรารู้ตัวและมีสติว่าสิ่งนี้ เป็นสิ่งที่ต้องจํา เช่น คุณกําลังสอบปิดปลายภาคเรียน ในขณะที่กําลังอ่านหนังสือสอบเพื่อทบทวนความรู้ สิ่งเหล่านี้ จะกลายเป็นสิ่งที่บังคับให้จําครับ แต่ในทางกลับกัน การจําโดยไม่คิดหรือจําโดยปริยายคือสิ่งที่เราทําในประจําวันอยู่ตลอดครับเช่น การอาบน้ำ กินข้าว เป็นต้น แต่ความจําแบบไม่คิดนี่บางทีคุณทํากิจกรรมเหล่านั้นไปแล้ว คุณก็อาจกลับมาคิดว่าฉันทําไปแล้วหรือยังนะ เช่น คุณกําลังจอดรถและล็อกรถเรียบร้อยแล้ว แต่พอเวลาผ่านไปคุณกลับมาคิดทบทวนว่าตัวเองล็อกรถแล้วหรือยังนะ เพราะมันทําไปโดยไม่ได้ตั้งสติ ใช้ความเคยชินแทน นักวิทยาศาสตร์ ได้ทําการทดลองโดยแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่มครับ กลุ่มแรก ให้อ่านหนังสือเงียบๆ...

เมื่อไร…มนุษย์เงินเดือน จะรวยกับเขาสักที

มนุษย์เงินเดือน หรือพนักงาน ลูกจ้าง ที่ไม่ได้มีเงินเดือนสูงนัก  ส่วนใหญ่มักคิดว่าการมีเงินเก็บก้อนใหญ่ในบัญชี หรือการเข้าใกล้ คำว่า “ร่ำรวย” นั้น เป็นเรื่องที่ยาก และต้องใช้เวลานาน ในการเก็บหอม รอมริบ หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าประกอบอาชีพอะไร ข้าราชการ พนักงานประจำ ลูกจ้างชั่วคราว แม่ค้า ทุกอาชีพ มีสิทธิร่ารวย มีเงินล้านในบัญชี ด้วยกันทั้งนั้น ขอเพียงมีความตั้งใจ ตั้งเป้าหมาย และมีการวางแผนทางการเงิน ที่ถูกต้องค่ะ การเป็นมนุษย์เงินเดือน ที่รับเงินเดือนเป็นรายได้ประจำ อาจเป็นดาบสองคมสำหรับใครหลายๆ คน ทำให้ขาดการวางแผนทางการเงินระยะยาว แค่บริหารเงิน ให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายที่เรียกว่าเดือนชนเดือน บางครั้ง อาจติดกับดักกับภาพลักษณ์ ของสังคมชาวออฟฟิศ ในเรื่องแฟชั่น การแต่งกาย ใช้ของแพงเกินรายได้ จนเป็นหนี้บัตรเครดิต...

วิธีสังเกต “คนขี้อิจฉา” เพื่อนหรืองูพิษ ดูให้ดี (ก่อนโดนแทงข้างหลัง!)

คนขี้อิจฉามีอยู่ทุกสถานการณ์ครับ เรามาดูกันกับ 7 สัญญาณเตือนที่สามารถนําไปใช้ดูได้ว่าใครกําลังอิจฉาคุณอยู่ 1. ชอบพูดดูถูกคุณ เหล่าคนขี้อิจฉา มักจะไม่ชอบให้ใครดีไปกว่าตัวของพวกเขาเองหรอกครับ ไม่ชอบถูกแย่งสปอร์ตไลท์ หิวแสง หากพวกเขารู้สึกด้อยค่า ตัวเล็กลงพวกเขาจะพยายามสร้างเรื่องโกหกออกมาและเล่าให้คนรอบข้างฟังเพื่อให้ได้การยอมรับ เป็นที่สนใจจากคนรอบข้าง ในขณะเดียวกัน คนขี้อิจฉาจะพูดกดให้ตัวคนนั้นเล็กๆลงและไร้ค่าอีกด้วย ดังนั้นหากคุณเจอคนประเภทนี้ควรหลีกเลี่ยงนะครับ 2. คนขี้อิจฉามักจะพูดเกินความจริง พวกเขาสามารถพูดอะไรก็ได้ จะจริงหรือเกินจริง หากคุณไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เขาจะพยายามพูดเอาดีเข้าตัวและผลักสิ่งแย่ๆให้คุณ เพื่อทําให้คุณรู้สึกตัวเล็กลง ถึงแม้ว่าคุณจะรู้ว่าความจริงมันไม่ใช่ก็ตาม แต่ถ้าหากคุณพยายามโต้แย้งขึ้นมาโต้งๆ นั่นก็อาจจะเข้าหลุมกับดักของพวกขี้อิจฉาเข้าให้ ทางออกที่ดีที่สุดก็คือการแสดงความเห็นใจแก่พวกเขา เพื่อให้พวกเขานั้นรู้สึกผิดด้วยตัวเอง หากคุณเจอเพื่อนร่วมงานที่เข้ามาหาคุณโดยที่ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ไม่รู้พื้นหลังพอสังเขป พยายามตีเนียนเข้าหาโดยการพูดเรื่องส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆให้ฟัง เพื่อให้คุณตายใจว่าเขาคือเพื่อนที่หวังดีคนหนึ่งนะ ไว้ใจได้ เมื่อคุณเชื่อใจพวกเขา เขาก็สามารถล้วงความลับของคุณแล้วเอาไปพูดลับหลังได้ พยายามพูดให้คิดว่าคุณไม่เหมาะกับงานนี้ซึ่งคนแบบนี้ไม่ควรมีเป็นเพื่อนเลย 3. พูดบั่นทอนจิตใจ คุณอาจจะเพิ่งกลับมาจากการปีนเขาซึ่งคุณสนุกและภูมิใจกับมันมากๆ พอคุณนํามาเล่าให้เพื่อนๆฟัง...

12 นิสัย แปลกๆของ คนประสบความสำเร็จ (แนวคิด พัฒนาความสำเร็จ)

1. ตื่นเช้ามาก หากจะประสบความสําเร็จ คุณต้องหัดตื่นเช้าๆ ตี 4 ถึง ตี 5 เพราะจะทําให้มีเวลามากขึ้น ที่จะทําสิ่งใหม่ๆ จัดการกิจวัตรประจําวันได้เสร็จเร็วขึ้น หากเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน จะทําให้เรามีเวลามากกว่าใคร เร่งการเดินทางไปสู่เป้าหมายได้ไว และอีกอย่างคือเหล่าผู้ประสบความสําเร็จถึงแม้จะตื่นเช้ามากๆ แต่พวกเขาไม่ได้เข้านอนไวนะ เพราะต้องยุ่งอยู่กับงานเพื่อความสําเร็จของเขา 2. เรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาด หลายคนมักกลัวความผิดพลาด แต่สําหรับคนที่ประสบความสําเร็จแล้ว ความผิดพลาดเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ เพราะหากเขาไม่ผิดพลาดเขาก็จะไม่ได้ประสบความสําเร็จ ความผิดพลาดมาเป็นบทเรียน ไม่มีใครสําเร็จได้ในครั้งแรกเช่น Walt Disney เคยล้มละลายมาก่อนแต่เขาก็เรียนรู้จากข้อผิดพลาด จนปัจจุบันนี้เขาได้สร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ให้ความผิดพลาดสอนคุณให้แข็งแกร่งขึ้น 3. คิดนอกกรอบ คนที่ประสบความสําเร็จส่วนใหญ่ มักคิดนอกกรอบและเอาตัวเองออกจากกรอบ ด้วยจุดมุ่งหมายของการคิดนอกกรอบคือการแสวงหาวิธีการหรือผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาหรือปรับปรุงแก้ไขสิ่งเดิมให้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นหรือมีคุณภาพสูงขึ้น หาวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ สิ่งที่สร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร หากคุณพยายามนั่งดูงานของคนอื่นคัดลอกคอนเทนต์เพื่อสร้างผลงาน ผมบอกเลยว่ามันไม่ใช่นิสัยของคนที่ประสบความสําเร็จหรอกนะครับ...

9 อาชีพที่ไม่โดน AI แย่งงาน ในอนาคต

ตัวผู้เขียนเองได้ลาออกจากงานประจำมาได้ 10 กว่าปีละครับ ที่ยังรอดอยู่ได้ทุกวันนี้ โดยที่ไม่กลับไปทำงานประจำอีกเลย ส่วนหนึ่งมาจากการปรับตัวเร็ว เทรนด์หนึ่งที่ผมรู้สึกมานานแล้วว่า กำลังเปลี่ยนโลกเราแบบ หน้ามือเป็นหลังมือคือ AI/Robot ผมก็เลยเตรียมตัวรับมือมาบ้างแล้ว บทความนี้จะมาแชร์ว่า มีอาชีพอะไรบ้างที่จะไม่โดน AI แย่งงาน อาชีพที่จะไม่โดน AI แย่งงานก็จะเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องระหว่างคนกับคน เช่น Youtuber/Influencer แบบนี้เป็นต้น ผมเองก็มีลูก ก็คิดไว้แล้วว่าจะปูทางให้เขาเตรียมตัวรับมือ เพราะพอเขาโตโลกเราคงเปลี่ยนไปมาก ที่คิดไว้คือ เรื่องของการเป็นนักลงทุน หรือ เป็นคนเขียนคำสั่งเพื่อใช้งานพวก AI อะไรประมาณนี้นะครับ ผมได้รวบรวม 9 อาชีพที่ผมคิดว่า AI ไม่น่าจะมาแย่งงานได้ มีดังต่อไปนี้ครับ 1. Influencer/KOL ตัวผมเองก็อยู่ในจุดที่เรียกว่าเป็น KOL และใช้...